รวบสองโจ๋ยกตู้เซฟบ้านแพทย์หญิงย่านรามคำแหง

ในวันที่ 17 มีนาคมทั้งด้านพลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ซึ่งเป็นผู้บัญชาการพร้อมด้วยพลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ได้มีการแถลงในการจับกุมนายพงษ์พัฒน์อายุ 23 ปีนายพุทธพงษ์อายุ 19 ปีและของกลางเป็นแหวนเพชร สร้อยคอทองคำ นาฬิกาข้อมือ นาฬิกาข้อมือ จี้เพชร ธนบัตรสกุลเงินต่างๆรวมแล้วของกลางกว่า 41 รายการมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท เนื่องมาจากในวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมามีคนร้ายได้ใช้พาหนะในการหลบหนีและเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์หน้าตู้เซฟภายในบ้านที่ซอยรามคำแหง 60 ที่เขตบางกะปิเป็นบ้านของแพทย์หญิงณัฐรินทร์ จักษุแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

ซึ่งราคาทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมไปประมาณ 16 ล้านบาททางด้านชุดจับกลุ่มได้ออกสืบสวนพบหลักฐานกล้องวงจรปิดสามารถแกะรอยทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนร้ายทั้งสองคนจึงได้สอบสวนและติดตามสามารถจับกุมพร้อมกับของกลางได้ และได้กล่าวอีกว่าก่อนก่อเหตุได้ออกสำรวจหมู่บ้านต่างๆซึ่งจะเลือกลงมือกลับบ้านที่มีคนอาศัยหลังจากที่ได้รับทรัพย์สินแล้วจะนำมากระจายให้เครือข่ายรวมไปถึงญาติพี่น้องจะทยอยนำทรัพย์สินที่มีมาจำหน่ายตามร้านขายทองหรือโรงรับจำนำจะนำเงินที่ได้ไปซื้อยาเสพติดและเที่ยวซึ่งก่อนหน้านี้หนึ่งปีได้ร่วมกันตะเวนก่อเหตุมาแล้วกว่า 20 ครั้งในพื้นที่ บก.น 4

เมื่อได้ตรวจสอบประวัติของนายพงษ์พัฒน์ได้เคยถูกดำเนินคดีครอบครองยาเสพติดหนึ่งครั้งเสร็จยาเสพติดสองครั้งและลักทรัพย์ในเวลากลางคืนสามครั้ง เมื่อพ้นโทษจากเรือนจำพิเศษมีนบุรีในเดือนพฤษภาคม 2559 ปัจจุบันก็หนีทหารเกณท์ที่ได้สังกัดอยู่ที่ ร.11 พัน 1 ส่วนทางด้านนายยุทธพงศ์ได้เคยถูกดำเนินคดีข้อหาครอบครองยาเสพติดหนึ่งครั้งเบื้องต้นนั้นได้มีการแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์เวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งที่กีดกั้นหรือคุ้มครองบุคคลทรัพย์สินเช่นว่าเข้าไปด้วยประการใดใดในเคหะสถาน โดยได้ใช้ยานพาหนะเพื่อที่จะสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปค่ะ

เพื่อนสนิทสาวแขวนคอแต่ยังให้การปฏิเสธ

ในวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมาเท่านั้นผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าพลตำรวจตรีสุวิชาญ ญาณกิตติกุล ซึ่งเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมได้มีการสั่งการให้ พันตำรวจเอกอุกฤษฎ์ ทรงชัยสงวน ซึ่งเป็นผู้กำกับสารบบภูธรนครพนมพร้อมกับทางด้านเจ้าที่ที่เกี่ยวข้องด้านการควบคุมตัวนายประจักษ์อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมแขวนคอนางสาวนันทิดา เพ็งเวลุน ที่เป็นพนักงานแรงงานปฏิบัติงานฝ่ายต่างด้าวสำนักงานแรงงานจังหวัดนครพนม

ได้ไปที่จุดเกิดเหตุบริเวณห้องพักของผู้เสียชีวิตเพื่อจะประกอบการดำเนินคดี ซึ่งพี่ดังกล่าวนางสาวนันธิดาเธอได้เสียชีวิตในสภาพถูกแขวนคอที่ระเบียงห้องเช่าซอยสว่างพัฒนาชุมชนโพนสว่าง เขตเทศบาลเมืองนครพนมหลังจากเกิดเหตุตำรวจสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้ต้องหามีการนำเสนอศาลจังหวัดนครพนมขออนุมัติหมายจับด้วยค่ะ และทางด้านจากตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนายประจักษ์ผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา

และสอบสวนดำเนินคดีเบื้องต้นผู้ต้องหาก็ยังให้การปฏิเสธแต่มีการเรียกกันกับทางตาเจ้าที่ตำรวจว่าสนิทสนมกับผู้ตายจริง และคืนเกิดเหตุได้ไปพบกับผู้ตายที่ห้องพักก่อนจะมีปากเสียงกันเรื่องปัญหาส่วนตัวแต่ก็ไม่ได้ร่างกายถึงขั้นเสียชีวิต น่าจะให้ตำรวจยังไม่มีตังให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนต้องรอผลการชนะสูตรหลักฐานทางด้านเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้รวบรวมไว้หลายจุดในที่เกิดเหตุเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับหลักฐานธุรกิจไม่ว่าจะเป็นดีดีของผู้ต้องหาเพื่อไปพิสูจน์ต่อไป

แห่ชื่นชมผู้ช่วยพยาบาลสาวลงมาช่วยผู้รับบาดเจ็บกลางถนน

ในวันที่ 11 มีนาคมที่ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรเมืองตรังได้รับแจ้งว่าได้เกิดเหตุรถชนกันที่ถนนพัทลุงตำบลทับเที่ยงอำเภอเมืองจังหวัดตรังทำดั้งร้อยเวรและเจ้าที่มูลนิธิได้รุดไปที่เกิดเหตุ และเมื่อได้ไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าและรถจักรยานยนต์ซูซูกิมีผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ใกล้กันมีบาดแผลบริเวณขาด้านขวาหัก

และต่อมาทางด้านเจ้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลตรังได้มีการประถมพยาบาลเบื้องต้นทางด้านเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ไปเปลี่ยนรถกู้ภัยในที่เกิดเหตุมีเจ้าที่กู้ภัยเพียงคนเดียว และจากนั้นมีคนที่ขี่รถผ่านไปมาเป็นผู้ช่วยพยาบาลห้องคลอดของโรงพยาบาลตรังได้เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้บาดเจ็บและสร้างความปลื้มใจกับหน่วยกู้ภัยและผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก ประมาทราบผู้บาดเจ็บคือนายวรศักดิ์อายุ 64 ปี

ซึ่งเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์ผู้ที่ขับรถยนต์คือนายปองศักดิ์อายุ 55 ปี เมื่อได้สอบถามก็ทราบว่านายปองศักดิ์ขับขี่มาทางตรงหน้าวรศักดิ์ผู้บาดเจ็บได้ขี่ย้อนศรมาและตัดหน้ารถของตนเพื่อข้ามไปอีกฝั่งแต่ไม่พ้นจึงเกิดบัตเหตุขึ้นอย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้บาดเจ็บได้ถูกส่งโรงพยาบาลและพ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ

ชาวบ้านคลองสระบัวกลุ้มหมูป่าหลาย 100 ตัวบุกทำลายข้าวของ

ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าทางด้านอรณี สุขุมาลจันทร์ ซึ่งเป็นชาวบ้านตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา ได้เผยว่าได้มีหมูป่าอยู่ในชุมชนเมืองทางทิศเหนือฝั่งเกาะเมืองกรุงเก่าอยู่ในเขตตำบลของสระบัวที่เป็นปัญหาใหญ่ เพราะนอกจากหมูป่าจะไม่มีเจ้าของและยังเพิ่มตัวมากขึ้นและสร้างความเดือดร้อนออกมากินพืชส่วนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมบ้านและในพื้นที่เกษตรจนเสียหายค่ะ

และได้สร้างอันตรายกับคนในชุมชนเพราะว่าได้เริ่มดุร้ายเดินเต็มท้องถนนล่าสุดพืชผักกับต้นไม้ก็เริ่มหมดเลยหันมาล้มขยะในชุมชนเพื่อหาเศษอาหารถามได้สร้างความสกปรกส่งกลิ่นเหม็นและได้ยืนยันจากชาวบ้านว่าไม่ต้องการให้ฆ่าหมูป่าเพราะสงสารแต่ให้ลดจำนวนของหมูป่าลงด้วยกันย้ายไปพื้นที่ที่เหมาะสม ทางด้านนายจำลอง เจริญสุข ซึ่งเป็นนายก อบต.คลองสระบัวได้เผยว่าหมูป่า

ที่มีจำนวนมากและอยู่ในป่ากับเนื้อที่ขนาด 50 ไร่ข้างวัดกลางของสระบัว ได้กระจายกำลังออกไปสร้างความเดือดร้อนไปทั่วและในช่วงนี้ก็เริ่มออกไปถึงตำบลหัวรออยู่ฝั่งทางทิศเหนือแล้วค่ะ แต่ก็คาดว่าจะมีหมูป่ากว่า 30 ตัวล่าสุดในการตรวจนับหมูป่าซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะว่าเร็วและหลบหนีไวไม่อยู่นิ่งเชื่อว่ามีหมูป่าทุกขณะกว่า 500 ตัวหรืออาจจะถึง 600 ตัวก็เป็นได้

บุตรชายของลุงที่ผูกคอหลังวัดพระธรรมกายรับศพพ่อแล้วที่นิติเวช

ทางด้านนายรัฐณัณท์ ธนเจริญณัฐ ซึ่งเป็นบุตรชายของนายอนวัช ธนเจริญณัฐ และผู้เสียชีวิตพอได้ทิ้งตัวลงมาจากเสาส่งสัญญาณวิทยุได้เดินทางมายังสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจเพื่อที่จะรับร่างของผู้เป็นพ่อซึ่งจะมีตัวแทนของทางด้านดีเอสไอ นางพรรณทิพย์ เต็มเจริญ

กับตัวแทนจากวัดพระธรรมกายองค์กรพลังชาวพุทธพระอิสรภาพ อาจรสัมปันโน ที่ได้มีการเดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจและทั้งหมดไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนร่างของนายอนวัชทางครอบครัวได้นำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดเขียนเขตจังหวัดปทุมธานี ทางด้านพลตำรวจตรีนายแพทย์พรชัย สุธีรคุณ

ซึ่งเป็นผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจได้เผยถึงการชนะสูตรพริกศพนายอนวัชพบร่องรอยการพันที่ขอหลายรอบกระดูกร้องเสียงหักสาเหตุของการเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจและในขณะนี้แพทย์อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเหลวหาสารแปลกปลอมในร่างกายถ้าหากพบในการใช้ยาอะไรก่อนหรือไม่คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ที่จะทราบผลค่ะ

สามีสุดช็อกเจอเมียตัวเองในข่าวกวาดล้างขายบริการ

ทางด้านสื่อต่างประเทศรายงานว่าเมื่อเราเร็วนี้ทางด้านนายอเล็กซ์ซีฟ ซึ่งเป็นชายชาวรัสเซียก็ต้องช็อคอย่างหนักเมื่อรู้ความลับของมาเรีย ภรรยาของตัวเองที่เก็บไว้นานนับปีว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิงงามเมือง หลังจากที่ได้นั่งดูข่าวในโทรทัศน์เนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เจ้าที่ตำรวจบุกทลายกวาดล้างซ่องโสเภณี

ในขณะที่ทั้งคู่แต่งงานกันมาแล้วกว่าแปดปีมีลูกสาวหนึ่งคนและตอนนี้อายุ 6 ขวบที่เป็นโซ่ทองคล้องใจ และเธอได้สวมชุดสีดำถูกจับใส่กุญแจมือนั่งเจรจาพูดคุยกับเจ้าที่ตำรวจอยู่บนโซฟาแต่ด้วยความไม่แน่ใจเค้าจึงได้ไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตและพบกับความจริงที่ว่าเธอแอบขายบริการทางเพศมานานแล้วคิดค่าบริการ 200 ปอนด์หรือว่า

ครั้งละประมาณ 8689 บาท แล้วเธออ้างว่าสามีไม่สามารถที่จะหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างพอเพียงและขณะที่นายอเล็กซ์ซีฟก็ได้ตัดสินใจหย่าขาดกับภรรยาและยื่นฟ้องศาลเรียกร้องสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกสาวศาลตัดสินจะให้เขาได้รับสิทธิ์ดังกล่าวด้วย

หนุ่มโมโหกดเอทีเอ็มไม่ออกใช้อิฐทุบตู้เอทีเอ็ม

ในวันที่ 20 ผมภาพันธ์ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าเวลาประมาณ 01:00 น. ที่ศาลกำหนดภูธรเมืองพิษณุโลกได้รับแจ้งว่ามีคนใช้ก้อนอิฐปูนซิเมนต์ที่ตู้เอทีเอ็มบริเวณหน้าร้านขายอาหารแช่แข็งของถนนพระองค์ดำ ตำบลในเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในที่เกิดเหตุพบตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง

ได้ถูกก็อิฐปูนซิเมนต์ทุกจอของตู้จนแตกละเอียดมีเศษก้อนอิสปูนซิเมนต์คาอยู่ที่ตู้ส่วนผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวกับเจ้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุจากการปรัชญาอายุ 28 ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ได้ให้การว่าได้มาเที่ยวสถานบันเทิงที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุกับกลุ่มเพื่อนและได้ขอตัวออกมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็มที่

หน้าร้านขายอาหารแช่แข็งเมื่อมาถึงกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มแต่เงินกลับไม่ออกมาจากเครื่อง ตนกดซ้ำอยู่หลายรอบแต่เงินก็ยังไม่ออกมาจึงใช้มือทุบตู้เอทีเอ็มแต่เงินก็ยังไม่ออกเมื่อไปเห็นก้อนอิฐที่วางอยู่ใกล้จนจอแตกละเอียดออกมาทางด้านสอบสวนและดำเนินคดีต่อไปค่ะ

สามีใจสลายภรรยาปีนเก็บมะพร้าพลัดตกดับ

ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมาทางด้าน พันตำรวจตรีอาคม โฉมศรี ซึ่งเป็นสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ได้รับแจ้งมีความตกต้นมะพร้าวเสียชีวิตบริเวณบ้านไม่มีเลขที่ที่ตำบลนครชุม อำเภอบ้านโป่งจึงได้เป็นตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ในที่เกิดเหตุนั้นใต้ต้นมะพร้าวข้างบ้านพบผู้เสียชีวิตคือนางสาวสุนันทาแสงจะอายุ 45 ปีในสภาพนอนหงายขอหัก

ใกล้กับร่างของผู้เสียชีวิตพบบันไดไม้ไผ่ที่ผัดกับต้นมะพร้าวสูงกว่า 10 เมตรบริเวณรายรอบพบว่ามีลูกมะพร้าวและทางมะพร้าวหล่นอยู่เป็นจำนวนมากทำกลางของญาติที่ได้ยืนมุงดูด้วยความเศร้าสลดค่ะ ทางด้านนายประสิทธิ์ ยิ้มละไมอายุ 50 ปีที่เป็นสามีของผู้เสียชีวิตก็ได้มีการเปิดเผยว่าเขาและภรรยาได้มีอาชีพเลี้ยงวัวหรือทำนาปลูกบ้านอยู่กับญาติและก่อนหน้านี้ภรรยาได้เกิดล้มป่วยต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายวันแพทย์อนุญาต

ให้กลับบ้านได้เมื่อวานนี้ค่ะ และก่อนจะเกิดเหตุนางสาวสุนันทาเธอได้แบบไม่ไผ่พิพาทกับต้นไม้เตรียมจะเปลี่ยนไปเก็บลูกมะพร้าวบาทแกงรับประทานกับครอบครัวและจะนำไปขายเพื่อเลี้ยงชีพซึ่งเมื่อนายประสิทธิ์เห็นจึงได้ห้ามปรามเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายเพราะว่าร่างกายของเธอนั้นยังไม่แข็งแรงแต่ว่านางสาวสุนันทาไม่เชื่อลูกมะพร้าวแต่เกิดอาการหน้ามืดพัดตกลงมาจากยอดมะพร้าวกระแทกพื้นคอหักเสียชีวิตค่ะ

อาจารย์ธรณ์ออกมาปรี๊ดโฆษณาขายรองเท้าเหยียบปะการัง

ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่หนึ่งที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพของผู้ใช้ Facebook ที่ขายสินค้ารายหนึ่งที่ได้ใช้ภาพรองเท้าเหยียบอยู่บนปะการัง ซึ่งได้มีการออกมาชี้ว่าสามารถจะใส่เดินบนทะเลซึ่งได้สวมใสไม่ต้องกลัวหอยหรือหินจะตำเท้า ซึ่ง Facebook ของอาจารย์ธร ธำรงนาวาสวัสดิ์ ซึ่งเป็นรองคณบดีคณะประมงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มีการแชร์ภาพและระบุว่าเป็นภาพโฆษณาที่บาดใจมากๆกับปะการัง

ที่เป็นสัตว์คุ้มครองตามกฏหมาย อย่างไรก็ตามก็ได้มีผู้ใช้ Facebook ละหนึ่งได้เข้ามาชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่าดูจากรองเท้าแล้วเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่เราทำขอชี้แจงในฐานะนักดำน้ำคนหนึ่งเป็นแบบนี้เราก็อยู่เฉยไม่ได้ และภาพนี้ของเจ้าของพฤษภามันก็ไม่ทราบนะคะว่าผู้ขายนั้นเป็นพ่อค้าหรือแม่ค้าที่นำสินค้าของร้านไปขายต่อสำหรับภาพจากที่ไหนก็ไม่รู้บริษัทก็มีนโยบายในเรื่องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายสิ่งมีชีวิตด้วยค่ะ

และสะบักทุกภาพที่ถ่ายโดยบริษัทได้ถูกกลั่นกรองออกมาแล้วอย่างดีพนักงานทั่วโลกได้มีการนำภาพในการโฆษณาจะต้องนำภาพของบริษัทเท่านั้นยืนยันว่าภาพที่อยู่ในโฟลเดอร์กลางของบริษัทและทางบริษัทก็ได้รับทราบเรื่องนี้แต่อย่างใดด้วย และเขาได้นำไปขายโดยโฆษณาแบบผิดๆรองเท้าที่ใช้บนชายหาดและโขดหินตามชายหาดเท่านั้นไม่ได้ใช้ใส่เวลาดำน้ำแต่อย่างใดเลยค่ะงาน งานนี้ต้องใช้วิจารณญาณในการรับฟังด้วยนะคะ

ท่องเที่ยวชาวจีนทิ้งขยะเกลื่อนสนามบินที่เกาหลี

ทางด้านหนังสือพิมพ์โชซอนอินโบของประเทศเกาหลีใต้ได้เผยภาพที่ต้องตะลึงเป็นประเด็นร้อนและก็มีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากในขนาดนี้เลยค่ะ เป็นภาพของกล้องขยะและกล่องใส่สินค้ากระดาษถุงพลาสติกและอื่นๆอีกจำนวนมากใหม่ได้กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณประตูผู้โดยสารขาออกของท่าอากาศยานนานาชาติเชจู ประเทศเกาหลีใต้

และมาจากบรรจุภัณฑ์สินค้าปลอดภาษีของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนจะได้ทิ้งไว้เพราะว่าต้องการที่จะของกระเป๋าสัมภาระก่อนที่จะขึ้นเครื่องค่ะ ถึงแม้ว่าพนักงานร้านสินค้าปลอดภาษีกับพนักงานทำความสะอาดพยายามที่จะขอร้องให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเหล่านี้ทิ้งลงถังขยะและรวมไปถึงการนำถุงขยะ

มามอบให้แล้วก็ตามปัญหาของการทิ้งขยะไม่เป็นที่ดังกล่าวก็ยังเกิดขึ้นกับแค่ที่สนามบินเท่านั้นยังรวมไปถึงรถโดยสารประจำทางเหมือนกันค่ะ ทางด้านคณะกรรมการสนามบินเกาหลีบนเกาะเชจูด้านการวางแผนแก้ปัญหาการทิ้งขยะไม่เป็นที่พร้อมกับเพิ่มจำนวนพนักงานทำความสะอาดให้เพิ่มมากขึ้นที่สนามบินด้วยค่ะ