เจ้าหน้าที่ใช้เครนยกช้างขนย้ายกลับเขตอนุรักษ์

ในวันที่ 27 มีนาคมทางด้านสื่อต่างประเทศได้มีการรายงานว่าได้มีการเคลื่อนย้ายฝูงช้างจากแอฟริกาซึ่งน้ำหนักตัวนั้นก็ประมาณ 4 ตัน ที่ประเทศแอฟริกาได้มีการวางยาสลบแล้วมีการผูกขาดทั้งสี่ข้างก่อนจะใช้เคนสูงกว่า 10 เมตรยกขึ้นวางบนรถบรรทุกทีละตัวอย่างระมัดระวังด้วยค่ะ

สำหรับการขนย้ายกลับไปที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ในประเทศหลังจากที่พวกมันนั้นได้หลุดและหนีออกมากันค่ะ สำหรับภาพนี้เป็นฝีมือของการถ่ายภาพ Plz Oxford เค้าเป็นช่างภาพและก็เป็นนักอนุรักษ์ไว้ 58 ปีจากสหราชอาณาจักรและเป็นภาพที่น่าตื่นเต้นเอามากๆเลยนะคะซึ่งเราก็ไม่ค่อยได้เห็นภาพนี้

เป็นภาพที่มีการใช้เครนยกช้างหลายตันอยู่กลางอากาศกันบ่อยมากนักนะคะ มองดูแล้วก็น่าสงสารช้างเหมือนกันอย่างไรก็ต้องระมัดระวังกับการขนย้ายช้างกันด้วยนะคะ อย่างไรก็ต้องรอติดตามกันต่อไปด้วยนะคราว่าจะเป็นอย่างไรกัน

นักศึกษาถูกไล่ยิงจนเจ็บหนักและงงเพราะไม่เคยมีเรื่องกับใคร

ในวันที่ 24 มีนาคมเวลาประมาณ 23:30 น. ทางด้านเจ้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บจึงได้มีการประถมพยาบาลและช่วยชีวิตชายวัยรุ่นคนดังกล่าว บริเวณบ้านเช่าบางรักอพาร์ทเม้นท์ถนนกันตังอำเภอเมืองจังหวัดตรังค่ะ แล้วเมื่อหน่วยกู้ภัยได้ไปถึงชาวบ้านก็ได้มาปฐมพยาบาลกันเบื้องต้นและหน่วยกู้ภัยได้ไปถึงก็ได้มีการช่วยชีวิตนายเจษฎากร อายุ 18 ปีซึ่งเป็นนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพตรังได้ถูกยิงบริเวณขาขวาและส้นเท้าซ้ายเลือดไหลไม่หยุดได้มีการนำตัวเพื่อรับบาดเจ็บขึ้นรถกู้ภัยมูลนิธิ

เพื่อนำไปส่งที่โรงพยาบาลและมีรถพยาบาลศูนย์แพทย์นเรนทร 1669 มารับอีกทอดเพื่อนำไปส่งที่โรงพยาบาลศูนย์ตรังทันทีค่ะ และทางด้านเจ้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนถูกกินได้รับบาดเจ็บบริเวณถนนกันตังจึงได้มาในที่เกิดเหตุได้พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9มม.จำนวนหนึ่งปลอกทางด้านเจ้าที่ตำรวจสายสืบพยายามจะหากล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวชาวบ้านบอกได้ยินเสียงปืนสามนัดตรงหน้าร้านเกมส์จุดที่สองพบรถจักรยานยนต์หนึ่งคันเปื้อนเลือดบริเวณพื้นหน้าร้านค้าขนาดใหญ่

เพื่อนของผู้ที่รับบัตรเจ็บได้บอกว่าเพื่อนทั้งสามคนเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพตรังสองคนและวิทยาลัยเทคนิคหนึ่งคน ที่ได้ขี่รถกลับมาจากเที่ยวตลาดกลางคืนในขณะที่ขับรถมาถึงที่หน้าบ้านนายเจษฎากรอายุ 18 ปี และได้ลงจากรถก็มีชายที่ขับขี่รถจักรยานยนต์และยิ่งเพื่อนของเขาจนนายเจษฎากรถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และไม่สามารถที่จะจอดรถได้เพื่อนเพื่อนได้ขับรถจักรยานยนต์ในสุดชีวิตแต่ฉันคนเก่าก็ยังไล่ยิงอีกห้าถึงหกนัดก่อนที่เพื่อนของตนทั้งสามคนจะขับในแต่ละข้อความช่วยเหลือจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าที่ตำรวจให้มาช่วยเพื่อนที่ถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสค่ะ

รวบสองโจ๋ยกตู้เซฟบ้านแพทย์หญิงย่านรามคำแหง

ในวันที่ 17 มีนาคมทั้งด้านพลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ซึ่งเป็นผู้บัญชาการพร้อมด้วยพลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ได้มีการแถลงในการจับกุมนายพงษ์พัฒน์อายุ 23 ปีนายพุทธพงษ์อายุ 19 ปีและของกลางเป็นแหวนเพชร สร้อยคอทองคำ นาฬิกาข้อมือ นาฬิกาข้อมือ จี้เพชร ธนบัตรสกุลเงินต่างๆรวมแล้วของกลางกว่า 41 รายการมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท เนื่องมาจากในวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมามีคนร้ายได้ใช้พาหนะในการหลบหนีและเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์หน้าตู้เซฟภายในบ้านที่ซอยรามคำแหง 60 ที่เขตบางกะปิเป็นบ้านของแพทย์หญิงณัฐรินทร์ จักษุแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

ซึ่งราคาทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมไปประมาณ 16 ล้านบาททางด้านชุดจับกลุ่มได้ออกสืบสวนพบหลักฐานกล้องวงจรปิดสามารถแกะรอยทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนร้ายทั้งสองคนจึงได้สอบสวนและติดตามสามารถจับกุมพร้อมกับของกลางได้ และได้กล่าวอีกว่าก่อนก่อเหตุได้ออกสำรวจหมู่บ้านต่างๆซึ่งจะเลือกลงมือกลับบ้านที่มีคนอาศัยหลังจากที่ได้รับทรัพย์สินแล้วจะนำมากระจายให้เครือข่ายรวมไปถึงญาติพี่น้องจะทยอยนำทรัพย์สินที่มีมาจำหน่ายตามร้านขายทองหรือโรงรับจำนำจะนำเงินที่ได้ไปซื้อยาเสพติดและเที่ยวซึ่งก่อนหน้านี้หนึ่งปีได้ร่วมกันตะเวนก่อเหตุมาแล้วกว่า 20 ครั้งในพื้นที่ บก.น 4

เมื่อได้ตรวจสอบประวัติของนายพงษ์พัฒน์ได้เคยถูกดำเนินคดีครอบครองยาเสพติดหนึ่งครั้งเสร็จยาเสพติดสองครั้งและลักทรัพย์ในเวลากลางคืนสามครั้ง เมื่อพ้นโทษจากเรือนจำพิเศษมีนบุรีในเดือนพฤษภาคม 2559 ปัจจุบันก็หนีทหารเกณท์ที่ได้สังกัดอยู่ที่ ร.11 พัน 1 ส่วนทางด้านนายยุทธพงศ์ได้เคยถูกดำเนินคดีข้อหาครอบครองยาเสพติดหนึ่งครั้งเบื้องต้นนั้นได้มีการแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์เวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งที่กีดกั้นหรือคุ้มครองบุคคลทรัพย์สินเช่นว่าเข้าไปด้วยประการใดใดในเคหะสถาน โดยได้ใช้ยานพาหนะเพื่อที่จะสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปค่ะ

เพื่อนสนิทสาวแขวนคอแต่ยังให้การปฏิเสธ

ในวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมาเท่านั้นผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าพลตำรวจตรีสุวิชาญ ญาณกิตติกุล ซึ่งเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมได้มีการสั่งการให้ พันตำรวจเอกอุกฤษฎ์ ทรงชัยสงวน ซึ่งเป็นผู้กำกับสารบบภูธรนครพนมพร้อมกับทางด้านเจ้าที่ที่เกี่ยวข้องด้านการควบคุมตัวนายประจักษ์อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมแขวนคอนางสาวนันทิดา เพ็งเวลุน ที่เป็นพนักงานแรงงานปฏิบัติงานฝ่ายต่างด้าวสำนักงานแรงงานจังหวัดนครพนม

ได้ไปที่จุดเกิดเหตุบริเวณห้องพักของผู้เสียชีวิตเพื่อจะประกอบการดำเนินคดี ซึ่งพี่ดังกล่าวนางสาวนันธิดาเธอได้เสียชีวิตในสภาพถูกแขวนคอที่ระเบียงห้องเช่าซอยสว่างพัฒนาชุมชนโพนสว่าง เขตเทศบาลเมืองนครพนมหลังจากเกิดเหตุตำรวจสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้ต้องหามีการนำเสนอศาลจังหวัดนครพนมขออนุมัติหมายจับด้วยค่ะ และทางด้านจากตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนายประจักษ์ผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา

และสอบสวนดำเนินคดีเบื้องต้นผู้ต้องหาก็ยังให้การปฏิเสธแต่มีการเรียกกันกับทางตาเจ้าที่ตำรวจว่าสนิทสนมกับผู้ตายจริง และคืนเกิดเหตุได้ไปพบกับผู้ตายที่ห้องพักก่อนจะมีปากเสียงกันเรื่องปัญหาส่วนตัวแต่ก็ไม่ได้ร่างกายถึงขั้นเสียชีวิต น่าจะให้ตำรวจยังไม่มีตังให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนต้องรอผลการชนะสูตรหลักฐานทางด้านเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้รวบรวมไว้หลายจุดในที่เกิดเหตุเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับหลักฐานธุรกิจไม่ว่าจะเป็นดีดีของผู้ต้องหาเพื่อไปพิสูจน์ต่อไป

แห่ชื่นชมผู้ช่วยพยาบาลสาวลงมาช่วยผู้รับบาดเจ็บกลางถนน

ในวันที่ 11 มีนาคมที่ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรเมืองตรังได้รับแจ้งว่าได้เกิดเหตุรถชนกันที่ถนนพัทลุงตำบลทับเที่ยงอำเภอเมืองจังหวัดตรังทำดั้งร้อยเวรและเจ้าที่มูลนิธิได้รุดไปที่เกิดเหตุ และเมื่อได้ไปถึงที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าและรถจักรยานยนต์ซูซูกิมีผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ใกล้กันมีบาดแผลบริเวณขาด้านขวาหัก

และต่อมาทางด้านเจ้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลตรังได้มีการประถมพยาบาลเบื้องต้นทางด้านเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ไปเปลี่ยนรถกู้ภัยในที่เกิดเหตุมีเจ้าที่กู้ภัยเพียงคนเดียว และจากนั้นมีคนที่ขี่รถผ่านไปมาเป็นผู้ช่วยพยาบาลห้องคลอดของโรงพยาบาลตรังได้เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้บาดเจ็บและสร้างความปลื้มใจกับหน่วยกู้ภัยและผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก ประมาทราบผู้บาดเจ็บคือนายวรศักดิ์อายุ 64 ปี

ซึ่งเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์ผู้ที่ขับรถยนต์คือนายปองศักดิ์อายุ 55 ปี เมื่อได้สอบถามก็ทราบว่านายปองศักดิ์ขับขี่มาทางตรงหน้าวรศักดิ์ผู้บาดเจ็บได้ขี่ย้อนศรมาและตัดหน้ารถของตนเพื่อข้ามไปอีกฝั่งแต่ไม่พ้นจึงเกิดบัตเหตุขึ้นอย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้บาดเจ็บได้ถูกส่งโรงพยาบาลและพ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ

ชาวบ้านคลองสระบัวกลุ้มหมูป่าหลาย 100 ตัวบุกทำลายข้าวของ

ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าทางด้านอรณี สุขุมาลจันทร์ ซึ่งเป็นชาวบ้านตำบลคลองสระบัว อำเภอพระนครศรีอยุธยา ได้เผยว่าได้มีหมูป่าอยู่ในชุมชนเมืองทางทิศเหนือฝั่งเกาะเมืองกรุงเก่าอยู่ในเขตตำบลของสระบัวที่เป็นปัญหาใหญ่ เพราะนอกจากหมูป่าจะไม่มีเจ้าของและยังเพิ่มตัวมากขึ้นและสร้างความเดือดร้อนออกมากินพืชส่วนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมบ้านและในพื้นที่เกษตรจนเสียหายค่ะ

และได้สร้างอันตรายกับคนในชุมชนเพราะว่าได้เริ่มดุร้ายเดินเต็มท้องถนนล่าสุดพืชผักกับต้นไม้ก็เริ่มหมดเลยหันมาล้มขยะในชุมชนเพื่อหาเศษอาหารถามได้สร้างความสกปรกส่งกลิ่นเหม็นและได้ยืนยันจากชาวบ้านว่าไม่ต้องการให้ฆ่าหมูป่าเพราะสงสารแต่ให้ลดจำนวนของหมูป่าลงด้วยกันย้ายไปพื้นที่ที่เหมาะสม ทางด้านนายจำลอง เจริญสุข ซึ่งเป็นนายก อบต.คลองสระบัวได้เผยว่าหมูป่า

ที่มีจำนวนมากและอยู่ในป่ากับเนื้อที่ขนาด 50 ไร่ข้างวัดกลางของสระบัว ได้กระจายกำลังออกไปสร้างความเดือดร้อนไปทั่วและในช่วงนี้ก็เริ่มออกไปถึงตำบลหัวรออยู่ฝั่งทางทิศเหนือแล้วค่ะ แต่ก็คาดว่าจะมีหมูป่ากว่า 30 ตัวล่าสุดในการตรวจนับหมูป่าซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะว่าเร็วและหลบหนีไวไม่อยู่นิ่งเชื่อว่ามีหมูป่าทุกขณะกว่า 500 ตัวหรืออาจจะถึง 600 ตัวก็เป็นได้