ชาดาและลูกน้องได้รับการประกันตัวตำรวจแจ้งผิดพระราชบัญญัติอาวุธปืน

สำหรับความคืบหน้าคดีชาดา ไทยเศรษฐ์ ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.อุทัยธานีที่ถูกเจ้าที่ตำรวจกองปราบบุกตรวจค้นและจับกุมพร้อมอาวุธของกลางจำนวนมากล่าสุดทางด้านพนักงานสอบสวนได้อนุญาตให้ประกันตัวหลังญาติได้นำเงินหลักทรัพย์จำนวนเงิน 50,000 บาทมาขอยืมปล่อยตัวชั่วคราว และผู้สื่อข่าวได้รายงานอีกว่า พันตำรวจเอกวิบูลย์ ซึ่งเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองขาหย่าง

เผยว่าตั้งแต่ที่รับตัวนายชาดา ไทยเศรษฐ์ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.อุทัยธานีพรรคชาติไทยพัฒนาและผู้ต้องหาหรือทั้งหมดหกคนได้สอบเร่งทำการสอบสวนกอดทั้งคืนจนถึงเช้าตรวจค้นพบว่ามีอาวุธปืนทั้งหมด 6 กระบอก พนักงานจึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่รับอนุญาตขณะที่ทางญาติของผู้ต้องหาและทนายความได้นำหลักทรัพย์มายื่นประกันตัวนายชาดาไทยเศรษฐ์และพวกอีก 4 คนรวมทั้งหมด 5 คน

ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดในวงเงินคนละ 50,000 บาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวและพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ปล่อยตัวได้ค่ะ แต่ว่ามีผู้ต้องหาหนึ่งคนคือนายธนากร สนิทแสง มียาเสพติดไว้ในครอบครองทำนาพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ประกันตัวได้เตรียมขออำนาจศาลฝากขังในวันพรุ่งนี้พร้อมยืนยันว่าต้องมีการสอบสวนตามกระบวนการแล้วจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วยค่ะ

วอนช่วยเหลือแม่แบกลูกพี่การจนทำให้หลังค่อม

และด้วยความที่พิการมาตั้งแต่กำเนิดจนทำให้นายประเสริฐไม่สามารถที่จะเดินได้หรือว่าเคลื่อนไหวตัวเองได้จึงเป็นหน้าที่ของทั้งด้านนางหล้า แม่วัย 70 ปีที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นป้อนข้าวป้อนน้ำและพาเข้าห้องน้ำด้วยค่ะ ซึ่งนางหล้าได้เผยว่าทุกวันนี้ครอบครัวไม่มีรายได้ประจำสามีเคยเป็นเสาหลักที่ทำงานหาเงินมาใช้จ่ายได้ล้มป่วยเป็นโรคเบาหวาน

อัลไซเมอร์และความดัน ต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้านและเธอเองก็เริ่มมีอาการหลังคอมเกิดจากการแบกลูกชายขึ้นหลังติดต่อกันนานปัจจุบันมีเพียงเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการเดือนละ 2900 บาทไม่พอค่าใช้จ่ายในแต่ละวันค่ะ และทางด้านผู้ใหญ่บ้านท่าต้นแฟนก็ได้บอกว่าที่ผ่านมาชาวบ้านก็ช่วยเหลือครอบครัวนี้

ไม่ว่าจะนำอาหารและน้ำมาช่วยเหลือแต่ก็บรรเทาความเดือดร้อนได้ และเรื่องสำคัญคือรายได้จุนเจือครอบครัวยังไม่เพียงพอผู้ที่ต้องการช่วยเหลือครอบครัวนี้ก็สามารถที่จะติดต่อสอบถามรายละเอียดและช่วยเหลือผ่านทางผู้ใหญ่บ้านของอำเภอแม่จันจังหวัดเชียงรายได้เลยนะคะ

ตำรวจตามหาญาติสาวผมแดงสาวปริศณาลอยอืดอยู่ที่แม่น้ำกลอง

ทางด้านร้อยตำรวจเอกอนุชา จินดาศรี ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจเมืองสมุทรสงครามได้รับแจ้งจากนายไมตรี อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ได้พบศพลอยที่กลางแม่น้ำแม่กลองบริเวณหน้าวัดท้ายหาด ได้มีการไปตรวจสอบพร้อมกับนายมีผล ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านและเจ้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม เบื้องต้น

ทางด้านเจ้าที่ได้กู้ศพขึ้นที่ริมเขื่อนเอกชนพบศพหญิงสาวไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 30-40 ปีผิวขาวผมสีน้ำตาลแดงรวบมัดกลางศรีษะสภาพการแต่งกายดีใส่เสื้อยืดลายสีเขียวนุ่งกางเกงยีนส์สี่ส่วนสีดำ ใส่รองเท้าแต่สีแดงและมีบาดแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง นายไม่ตรีได้เราว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับเรือนำเที่ยวไปเข้าคิวที่ตลาดน้ำอัมพวาเมื่อถึงระยะเว้นหน้าวัดท้ายหาดได้พบวัสดุบางอย่าง

ลอยที่กลางแม่น้ำตอนแรกนึกว่าเป็นตุ๊กตาแต่เพื่อความมั่นใจได้ขับเรือเข้าไปดูพบเป็นศพจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าที่ให้มาตรวจสอบค่ะ เบื้องต้นนั้นทางด้านเจ้าที่ได้สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะเป็นคนนอกพื้นที่เลยว่านักท่องเที่ยวแต่พลัดตกน้ำเสียชีวิตเนื่องจากได้สอบถามชาวบ้านไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใครและผู้ใหญ่บ้านก็ยืนยันว่าในพื้นที่ไม่มีใครแจ้งคนหาย และเจ้าที่ได้สอบสวนสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไปค่ะ

ประสบการณ์สุดสยองกองทัพแมลงสาบบุกร้านก๋วยเตี๋ยว

แล้วที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพ Facebook กระป๋องแป้งที่ได้มีการโพสต์ภาพเหตุการณ์กองทัพแมงสาบตะขาบหนูที่ได้บุกร้านก๋วยเตี๋ยวในขณะฝนตกหนักผู้โพสต์ระบุว่าต้องทนนั่งทานไปมองไป การที่จะหนีออกจากร้านก็ไม่ได้เพราะฝนตกหนักทำให้ต้องทนกินก๋วยเตี๋ยวด้วยความระแวงว่า
แมลงสาบจะบินมาตกในชามหรือไม่พร้อมกับระบุข้อความว่ารู้สึกเห็นใจแม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยวมาก และข้อความก็มีดังนี้เป็นการกินก๋วยเตี๋ยวที่สุดเลยกำลังอร่อยกองทัพแมลงสาบหนูตะขาบได้ขึ้นมาจากท่อหิวก็หิวขยะแขยงก็ขยะแขยง หนูกับแมลงสาบไม่เท่าไหร่แต่มีตะขาบมาด้วยกินไปมองแมลงสาบเกาะข้างฝาไปอร่อยมาก
ดีนะไม่บินลงมาเล่นในชามก๋วยเตี๋ยวจะไปไหนก็ไปไม่ได้เพราะฝนตกหนักอารมณ์เหมือนยืนดูฝูงกุ้งมังกรอพยพแต่ไม่ใช่มีปีกบินได้เป็นแมลงสาบสงสารแม่ค้าอยู่หน้าซีดเลือกทำเลดีที่โล่งๆก็ไม่ยอมไปร้านก๋วยเตี๋ยว แล้วได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากซึ่งมีการแชร์ไปแล้วกว่า 10,000 ครั้งด้วย

จบด้วยดีแล้วสองแม่ชาวไทยรับ 3 ลูกครึ่งที่ถูกพ่อหอบหนีไป

และจากกรณีที่โลกโซเชียลได้เผยเรื่องราวของเด็กลูกครึ่งไทยอเมริกัน 3 คนที่ถูกพ่อและภรรยาคนใหม่คนที่สามนำตัวเด็กเด็กไปและไม่นำมาส่งคืนให้กับแม่ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์วิงวอนให้เจ้าที่ติดตามลูกกลับคืนสู่อ้อมอกของแม่เธอแท้และได้กลายเป็นประเด็นสังคมที่ได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าในวันที่ 12 พฤษภาคมนางสาวบุศราอายุ 32 ปีและนางสาวอุไรวรรณอายุ 29 ปีได้มีการเดินทางแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา

ได้ช่วยกันตามหาลูกครึ่งไทยอเมริกัน 3 คนที่ได้ถูกนายเดวิดพ่อของเด็กไปเอาเด็กทั้งสามคนไปและได้อยู่กับนางสาวเกสรี อายุ 20 ปีและร้อยเวรได้ออกหมายจับสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักที่อำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ล่าสุดเวลาประมาณ 15:00 น. นางสาวบุศราและนางสาวอุไรวรรณได้เดินทางมารับลูกทั้งสามคนที่อำเภอหัวหินและได้เดินทางกลับมาที่พัทยาด้วยเรือเฟอร์รารีรอยันวันที่จะออกจากหัวหินประมาณ 13:00 น. และได้ถึงท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮายเวลาประมาณ 15:00 น. ค่ะ

ซึ่งนางสาวบุศราหรือเปิดใจว่าจากการที่รับรู้คืนดีใจมากๆที่ลูกได้กลับขึ้นมาทางด้านคดีให้เป็นไปตามกฎหมายวันนี้นอนที่พัทยาหนึ่งคืนก่อนจะเดินทางกลับเชียงใหม่และได้เอาลูกไปอยู่ที่เชียงใหม่ก่อนหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมา 3 เดือน และนางสาวเกสรีที่เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาได้ถูกเจ้าหน้าที่สืบสวนควบคุมตัวกลับมาทางรถยนต์แล้วจะแถลงข่าวในวันที่ 13 พฤษภาคมเวลาประมาณ 09:00 น. ค่ะ

ลูกหนี้เบี้ยวจ่าย 24 งวดถือปืนขู่ทีมยึดรถ

โลกออนไลน์ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากหลังจากเพจชื่อดังอยากดังเดี๋ยวจัดให้จะมีการโพสต์คลิปเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่เร่งรัดหนี้สินของธนาคารได้เดินทางไปยึดรถจากผู้เช่าซื้อที่ไม่ยอมผ่อนชำระกว่า 24 งวดแต่ถูกญาติและคนรู้จักของผู้เช่าซื้อชักปื่นขู่ก่อนจะขับรถหนีไป พร้อมกับข้อความที่บอกว่า

แอดมินผมมีเรื่องให้ช่วยคือผมเป็นทีมเรื่องแบบนี้สินของธนาคารแห่งหนึ่ง พูดยังไงว่าเราเป็นทีมยึดแล้วรถสีขาวคันนั้นค้างไฟแนนซ์และคนที่ถือปืนเป็นคนที่รู้จักหรือญาติของผู้เช่าซื้อเพราะชื่อของคนเช่าซื้อเป็นผู้หญิงมีผู้หญิงสองคนผู้ชายหนึ่งคนที่ได้ปีจนเราจะยึดรถทางเราได้ทำการเจรจาเพื่อขอรถกับตามหน้าที่คุยกันดีดีไม่น่าทำแบบนี้

ซึ่งยอดจัดมี 48 งวดผ่านมา 24 งวดยังไม่จ่ายตอนนี้เจอรถคือรถขับโหดสุดสุดสวยมากเจอแบบนี้ใครจะกล้าทวงอีก โพสต์ยังเกาะมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างมาก และได้ระบุว่าไม่ว่าจะทะเลาะกันด้วยสาเหตุอะไรก็ไม่ควรนำปืนมาขู่พร้อมแนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความด้วย

ตำรวจรวบมือยิงหมอผีอมก๋อย

ทางด้านพันตำรวจเอกจรูญเกียรติ ป่านแก้ว ซึ่งเป็นผู้กำกับการสี่กองปราบปรามแถลงการณ์จับกุมนายศุภกิจอายุ 47 ปีหลังจากได้ก่อเหตุยิงนายแสงมณีหรือว่าหมอผีกะเหรี่ยงจอมขมังเวทย์เสียชีวิตในวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา สืบเนื่องมาจากก่อนวันเกิดเหตุนายด่วยพะ ที่เป็นญาติของผู้จ้างวานและนายศุภกิจมือปืนได้ล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุญาติพี่น้องเชื่อว่าถูกไหมแสงมณีทำคุณไสยใส่

จนทำให้ล้มป่วยจึงกดแขนผู้ต้องหาและญาติลงขันกันจ้างนายศุภกิจด้วยเงิน 40,000 บาทให้ลงมือยิงนายแสงมณี เพื่อแก้แค้นที่ทำให้ล้มป่วยและนายศุภกิจอ้างว่านะแสงมณีเคยทำคุณไสย์ใส่พ่อของตนจึงโมโหแขนและรับงานนี้ จนวันเกิดเหตุนายศุภกิจและผู้จ้างวานได้ไปที่เป่าหน้าบานผู้ตายเมื่อศพโอกาสระหว่างที่นายแสงมณีได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากบาทได้มีการด่าทอและท้าทาย

ก่อนมือปืนจะใช้ปืนลูกซองสั้นยิงสวนทวารเป็นการแก้คุณไสยรวมแล้วสามนัดทำให้เสียชีวิตก่อนจะหลบหนีก่อนถูกจับกุมได้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และก่อนหน้านี้เจ้าที่ตำรวจจับกลุ่มผู้จ้างวานได้แล้วสี่คนแต่ว่าเสียชีวิตไปแล้วหนึ่งคนค่ะ