จังหวัดอยุธยา อ่างทอง ลพบุรี พิจิตร น้ำท่วมแล้ว ทำเอานาข้าวจมหายไปกับตา

แม่น้ำเจ้าพระยาท่วมอยุธยาจังหวัดอ่างทองแต่ที่ลพบุรีและพิจิตรนาข้าวจุ๋มนับ 10,000 ไร่ทางด้านจังหวัดศรีสะเกษฝนตกหนักต่อเนื่องจะส่งผลให้อ่างเก็บน้ำห้วยศาลาล้นสปริงเวย์และเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ทำการเกษตรอย่างมากส่งผลความเสียหายหลายร้อยล้านบาท

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้นสำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตรได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์เกี่ยวกับการเกิดอุทกภัยในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตรซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปลายต้นเดือนสิงหาจนถึงปัจจุบันได้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่หกอำเภอเซนส่วนสถานการณ์ในตอนนี้นั้นส่งผลให้นาข้าวซึ่งคาดว่าจะเสียหายประมาณ 23,119 ไร่ซึ่งเป็นพื้นที่เพราะปลูกผลไม้รวมแล้วกว่า 305 ไร่และพื้นที่ปลูกทำการเกษตรซึ่งได้รับผลกระทบสูงถึง 983 ราย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นหรือสร้างความเสียหายและได้ร้องขอความช่วยเหลือให้รัฐบาลเขาช่วยเหลือเกษตรกรโดยด่วน

ซึ่งในส่วนเถอะสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยมในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตรวันนี้ยังคงมีปริมาณน้ำที่พุ่งขึ้นสูงกว่าเมื่อวานกว่า 8 เซนติเมตรระดับน้ำล้นตลิ่งเฉพาะในที่ลุ่มส่วนระดับน้ำในแม่น้ำน่านยังคงต่ำอยู่กว่าตลิ่งสี่ถึง 5 เมตรเดินเอง แต่ในทางส่วนของจังหวัดศรีสะเกษได้มีภาวะฝนตกหนักจากลมพายุ จนส่งผลให้น้ำท่วมและหล่นสปิงเวย์ในปัจจุบันซึ่งส่งผลเสียหายต่อบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเผยภาคตะวันออกและอีสานตอนบนมีฝนตกชุก

ทางด้านกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าซึ่งบริเวณภาคกลางภาคตะวันออกและพักวันออกเสียงเหนือตอนล่าง นั้นจะมีฝนชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ทางด้านจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม จันทบุรี ระยอง ชลบุรี เพรชบุรี ตราด ระนองภูเก็ตและพังงาต้องขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวนั้น

ระมัดระวังอันตรายของฝนสะสมและฝนตกหนักในระยะนี้ด้วยค่ะ ทางด้านกรุงเทพมหานครรับหรือมณฑลมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้และคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรงซึ่งมีเครื่องส่งประมาณ 2-3 เมตรต้องขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังเรือเล็กในบริเวณดังกล่าว

ควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ด้วยนะคะ กรุงเทพฯและปริมณฑลนั้นก็มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ซึ่งมีฝนตกหนักบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียสและลมตะวันออกเฉียงเหนือนั้นมีความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

หนุ่มขอแฟนแต่งงานแต่ถูกแย่งซีนเพราะคนทานแตงโม

ทางด้านสำนักข่าวประเทศจีนได้มีการรายงานว่าเป็นภาพบรรยากาศของคู่รักที่ได้คุกเข่าขอแต่งงานกันแสนจะโรแมนติก ในคืนของวันไหว้พระจันทร์ซึ่งทุกอย่างดูเป็นจะลงตัวเป็นอย่างมากแต่ปรากฏว่า กลับถูกชายปริศนาคนหนึ่งแย่งซีนด้วยกันทานแตงโมของพวกเขา และรายงานระบุว่าภาพคู่รักชายหญิงที่เมืองจี่หนาน มณฑลซานตง

ซึ่งทางด้านฝ่ายชายได้ลงทุนทำเซอร์ไพรซ์คุกเข่าของแฟนสาวแต่งงานที่กลางมหาวิทยาลัยครูซานตง กับบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติกพระจันทร์เต็มดวงพร้อมกับป้ายข้อความและเถียนไฟวางเป็นรูปหัวใจและหญิงสาวก็ได้ตอบตกลง แต่แล้วกลับถูกขโมยซีนเมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามายืนดูเหตุการณ์และได้ร่วมเป็นสักขีพยาน

ซึ่งเขาได้ถือแตงโมที่ใหญ่ติดมือมาด้วยพร้อมกับกินอย่างบ้าคลั่งทำให้คู่รักที่ขอการแต่งงานนั้นถูกแย่งซีนไปเต็มๆเลยค่ะ และสีหน้าของชายคนดังกล่าวก็ไม่มีเจตนาจะแย่งซีนเพียงเค้าผ่านมาแล้วเห็นพิธีกำลังจัดขึ้นจึงเข้าไปร่วมเท่านั้นเป็นการทานแตงโมไปกับภาพความหวานซึ่งก็ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นกลายเป็นจุดเด่น

เตือนภัยคนไทยจะไปเที่ยวเกาหลีใต้ระวังเจอมนุษย์ป้าเอาเข็มฉีดยาแทง

ในวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมาได้มีการเผยแพร่เรื่องราวที่สุดสะพรึงของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เขาได้เดินทางไปที่ประเทศเกาหลีใต้ว่า ในขณะที่เขาและแฟนอยู่ในลิฟนั้นก็ได้มีคุณป้าคนหนึ่งได้พุ่งชนอย่างแรงหลังจากนั้นก็หายตัวไปก็จะพบว่า มีเข็มฉีดยาตกอยู่ที่พื้นเป็นเกมเปล่าไม่มีอะไรภายในจึงร้องขอให้คนช่วยเหลือแม้แต่คนเกาหลีเองก็ยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

และจากนั้นเจ้าของเรื่องไปเข้าแจ้งความแต่ก็ไม่ได้ตรวจร่างกายเพราะตอนนั้นค่อนข้างยุ่งเมื่อถึงกำหนดกับไทยจึงขอตรวจที่โรงพยาบาลกรุงเทพทั้งตรวจเลือดฉีดยากันบาดทะยัก และทานยาต้านเชื้อเอชไอวีตอนนั้นผลเลือดก็ปลอดภัยดีรอเช็คอีกประมาณ 4 สัปดาห์ และจุดประสงค์หรือสาเหตุ

ที่จูงใจก็ไม่มีใครทราบเพราะเดินมาทำร้ายเราเดินไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นรูปร่างท่าทางเหมือนคนเกาหลีมีอายุทั่วไปแต่งตัวปกติใส่เสื้อสีชมพูใส่เสื้อกั๊กสะพายกระเป๋าไม่เหมือนคนบ้าหรือว่าคนไร้บ้าน เรื่องดังกล่าวได้ถูกแชร์ซึ่งหากใครเดินทางไปเที่ยวก็ขอให้ระวังตัวให้มากๆด้วยค่ะ

คู่รักเลสเบี้ยนของจีนจูงมือกันเข้าพิธีวิวาห์

ที่สำนักข่าวประเทศจีนได้มีการรายงานว่าที่เมืองจี๋หนานมณฑลซานตง ประเทศจีน ได้มีการจัดงานแต่งงานที่รับความสนใจมากและชนิดในโลกออนไลน์ด้วย ซึ่งต่างกับงานของคู่รักเลสเบี้ยนคู่แรกของเมืองได้รับคำเว้ยพรมากมายและเกินความคาดหมาย แต่การทำงานของพวกเธอก็ยังเป็นการแต่งงานที่ยังไม่ถูกต้องตามกฏหมายด้วย

ซึ่งในวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมาหญิงสาวคู่รักเลสเบี้ยนคู่1 ได้โพสต์ภาพลงแล้วบอกว่ากำลังจะแต่งงานกับคู่รักเลสเบี้ยนของเธอ และเป็นงานแต่งงานที่เป็นคู่รักร่วมเพศคู่แรกของเหมือนขอให้มีความสุขหลังจากที่เธอได้โพสต์ข้อความดังกล่าวก็มีชนิดเข้ามาแสดงความยินดีและอวยพรกันจำนวนมาก

ซึ่งเมื่อ 10 ปีก่อนได้มีการทำแบบสำรวจเกี่ยวกับททสักนะคติเรื่องรักร่วมเพศของประชาชนสรุปออกมาว่ามีเพียง 27% เท่านั้นที่จะสนับสนุนให้มีการแต่งงานของคู่รักร่วมเพศและผลสรุปการสูงสุด 70% ไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องแต่งงานนี้

ถั่วข้าใครอย่าแตะหนุ่มเมาขอถั่วเพิ่มไม่ให้โดนตีหัวแตก

ในวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมานั้นทางด้านเจ้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา ได้มีการปฐมพยาบาลคนบาดเจ็บที่ศรีษะหลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกัน ซึ่งเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นบริเวณหน้าตึกขาวเป็นร้านค้าริมถนนบางนา-ตราด ช่องคู่ขนานขาเข้าชลบุรีจังหวัดฉะเชิงเทรา

ผู้บาดเจ็บและคู่กรณีเป็นเพื่อนกันกำลังนั่งกินเหล้าที่หน้าร้านขายของชำทั้งหมด 3 คน และในนั้นได้ซื้อถั่วลิสงมาจำนวน 4 ถุงแบ่งให้ผู้บาดเจ็บที่ใส่เสื้อยีนส์กิน 2 ถุงเมื่อผู้บาดเจ็บกินหมดจึงขอถั่วเพิ่มแต่เพื่อนไม่ให้ผู้บาดเจ็บจึงไม่พอใจ

คว้าขวดมาตีศีรษะเพื่อนจนเกิดเป็นการชุลมุนกันเกิดขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วคนใส่เสื้อยีนส์ที่ขอทุกเพิ่มทุกปีจะได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะ เพราะว่าสู้ไม่ได้เนื่องจากเมามากกว่าคนอื่นหลังจากกินเหล้าไปก่อนหน้านี้แล้ว หลังจากเหตุการณ์ยุติลง 3 คนก็ขอโทษกันและไม่ติดใจเอาความพร้อมกับจับมือกันอย่างสันติด้วย

ร้านดังรับซื้อเหรียญบาทราคาหลักแสน

และในวันที่ 9 กันยายน ที่รักอะไรต่างก็มีการแชร์ภาพของการซื้อขายเหรียญบาทราคาหลักแสน ที่คุณป้าสูงวัยดวงเฮงเหรียญบาทที่เจ้าของร้านดังกล่าวได้ตามหาและรับเงินสดไปเลยกว่าแสนบาท และเหรียญบาทที่มีราคาหลักแสนที่เจ้าของร้านได้ตามหานั่นก็คือเหรียญ 1 บาทที่ผลิตในปี 2505

/เป็นบล็อกของเรียนที่ผลิตใช้ในอดีตจุดสังเกตที่แตกต่างจากเหรียญที่ผลิตเล่นรุ่นเดียวกันคือตรงตราแผ่นดินตรงยอดมงกุฎนั้นจะชี้ที่ตัวย-ยักษ์ และทางด้านคุณป้าได้เห็นภาพที่ได้มีการค้นหาเรียนตราแผ่นดินของตัวเองที่มีอยู่ประมาณ 16 เหรียญและไปเจอ 1 เหรียญที่แตกต่างจึงได้นำมาเสนอขายให้เจ้าของร้านดังแล้วตกลงซื้อขายกัน

เป็นจำนวนเงินแสนกว่าบาทและเจ้าของร้านก็รับซื้อเหรียญบาทถึงที่ด้วย แล้วเจ้าของร้านหรือเปิดเผยว่าเหรียญบาทรุ่นที่คาดว่าจะมีอีกจำนวนมากเพียงแต่ยังหาไม่เจอเท่านั้นหากใครมีเหรียญบาทตามตรงที่มีลักษณะดังกล่าวก็สามารถนำไปเสนอขายให้กับเจ้าของร้านได้ถ้าอยู่ในสภาพที่ดีราคาจะดีกว่าแสนแน่นอนค่ะ

ใจสลาย น้องต้นหนาว เด็ก 1 ขวบตกที่นอนได้เสียชีวิตแล้ว

ในวันที่ 2 ก.ย.59 ที่ผ่านมาจากกรณีที่เฟซบุ๊ก Cartoon’z Suchada ได้มีการนำรูปและข้อความขึ้นมาโพสต์เพื่อที่จะเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้กับคุณแม่หลายๆ คนว่าบางทีเรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็จะทำให้ถึงแก่ชีวิตของลูกเราได้เหมือนกันค่ะ คุณแม่นั้นควรที่จะระวังลูกกันเป็นพิเศษด้วย รักหนูนะคะรอปาฏิหาริย์ของ ด.ช.ปวริศ อายุ 1 ปี 7 เดือน หรือว่า น้องต้นหนาว พร้อมกับรูปของน้องต้นหนาว ที่ได้นอนไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียงของคนไข้ภายในโรงพยาบาลสมุทรปราการ มาตั้งแต่ในวันที่ 16 ส.ค.

ที่ผ่านมาแล้วค่ะ อยู่ในสภาพที่ใส่เครื่องช่วยหายใจ และมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตอีกหลายๆอย่างด้วย ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้องต้นหนาวได้กลายเป็นเจ้าชายนิทรานั้น ก็เนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 16 ส.ค.59 น้องต้นหนาวกำลังเล่นอยู่บนที่นอนนั้น ที่ได้ปูอยู่กับพื้นห้องที่สูงจากพื้นห้องเพียง 7 นิ้วนั้น ได้กลิ้งตกลงมาศีรษะน้องกระแทกกับพื้น จนได้เกิดอาการเลือดคั่งทำให้น้องต้นหนาวนั้นอยู่ในอาการที่ไม่รู้สึกตัว

โดยที่มี น.ส.สุชาดา นครไทย อายุ 22 ปี ผู้เป็นแม่ของน้องต้นหนาวได้เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดด้วย ส่วนความคืบหน้าล่าสุดนั้นวันที่ 2 ก.ย.59 ในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 1 ก.ย.59 เวลาประมาณ 01.25 น. น้องก็ได้หมดลมหายใจลงไปอย่างสงบ เนื่องมาจากอวัยวะภายในน้องได้หยุดการทำงาน ซึ่งทางแพทย์ก็ได้พยายามที่จะให้การช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแล้ว

ปู่เล่นโยนหลาน 3 ขวบโดนใบพัดพัดลมเพดานฟันหัว

และทางด้านเว็บไซต์หนึ่งได้มีการรายงานว่าน้องอ้อมอายุสามขวบได้มีแผลฉกรรจ์ ที่บริเวณศีรษะนอนอยู่บนเตียงคนไข้ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดระยองหลังจากที่น้องนั้นได้รับบาดเจ็บระหว่างการเล่นกับคุณปู่ โดยที่ตอนคุณปู่ยนหลานขึ้นไปกลางอากาศแล้วก็หลับบังเอิญ

ว่าบริเวณนั้นมีพัดลมเพดานทำให้ศีรษะของน้องอ้อม ถูกใบพัดของพัดลมฝันเข้าอย่างแรงหนูน้อยบาดเจ็บสาหัสเพราะเป็นแผลลึกจนถึงกระโหลก ผู้เป็นพ่อและแม่ต้องประกาศขายทรัพย์สินในบ้านทั้งหมด เพื่อจะใช้หนี้ในการรักษาลูกน้อยที่ได้หยิบยืมคนรอบข้างไปจ่าย

ที่โรงพยาบาลสูงถึง 60,000 บาทในคืนเดียวนั้น ล่าสุดอาการน้องดีขึ้นแล้วเริ่มยิ้มและหัวเราะได้บ้างแต่ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ขณะที่พ่อและแม่ได้นำน้องออกจากโรงพยาบาลมาดูแลที่บ้านเนื่องจากสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว

คุณครูสาวสอสดนตรีซิ่งเก่งอัดท้ายรถ10 ล้ออาการสาหัส

ในวันที่ 5 สิงหาคมช่วงเวลา 02:00 น. ที่ผ่านมานั้น ทางด้านร้อยตำรวจโทปรเมศ ซึ่งเป็นรองสารวัตรดู สภ.คลองข่อย อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถ 10 ล้อบริเวณถนนชัยพฤกษ์จึงได้พร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญอยู่ไปยังที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซิตี้สภาพหน้ารถพังยับเยินอัดท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ

ภายในรถเก่งพบนางสาวศศิวิมล อนุเศรษฐพงศ์อายุ 29 ปี เป็นครูสอนดนตรีติดอยู่บริเวณที่นั่งคนขับไม่สามารถนำออกมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ในการตัดถ่างก่อนจะถึงร่างของเธอออกมาและนำส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์ อาการสาหัสแพทย์นั้นต้องเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตเป็นการด่วน

จากการสอบสวนนายพงษ์สวัสดิ์อายุ 31 ปีคนขับรถ 10 ล้อได้ให้การว่าขับมาถึงที่เกิดเหตุช่วงลงสะพานจู่ๆนั้นก็ได้ยินเสียงดังโครมบริเวณท้ายรถจึงลงมาดูพบว่าเก่งคันหนึ่งกล่าวชนท้ายรถของตนอย่างแรงจึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าที่ให้มาตรวจสอบ เบื้องต้นต้องรอให้ผู้บาดเจ็บมีอาการดีขึ้นจึงจะสอบสวนว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิดและจะมีการดำเนินทางกฏหมายต่อไป